Marketing I Can podcast
Gratis podcast

Marketing I Can podcast

Podcast af Marketing I Can

Marketing I Can ให้คนไทยเก่งการตลาดไม่แพ้ใครๆในโลก 

Denne podcast er gratis at lytte på alle podcastafspillere og Podimo-appen uden abonnement.

Alle episoder

12 episoder
episode Ep. 16 Workpoint แปลงร่างสู่ดิจิตอลอย่างแข็งแรงได้อย่างไร? กับ พี่ทิป Vice President of Digital Marketing Workpoint artwork
Ep. 16 Workpoint แปลงร่างสู่ดิจิตอลอย่างแข็งแรงได้อย่างไร? กับ พี่ทิป Vice President of Digital Marketing Workpoint
https://youtu.be/Y5_050PiN1w Ep.16 Workpoint แปลงร่างสู […]
20. jul. 2020 - 34 min
episode Ep.15 ทำไมถึง Go Global? กับพี่พงษ์ Pam & The Geek CEO artwork
Ep.15 ทำไมถึง Go Global? กับพี่พงษ์ Pam & The Geek CEO
คุยกับคุณพงษ์ CEO DIGITAL MARKETING AGENCY ทำระบบ MARKETING AUTOMATION ที่ชื่อ PAM เป็นเจ้าของเพจ และพอดแคสต์ THE GEEK CEO ถึงคำว่า GLOBAL ในมุมมอง ทำไมคิดว่าประเทศไทยยังขาดคำว่า GLOBAL อยู่? เป็นความสงสัยของผมมานาน ว่าคนไทยเราเก่ง แต่ยังทำอย่างนั้นอย่างนี้ไม่ได้ คำตอบที่ผมได้คือ ด้วยความที่เราคิดว่าเราใหญ่แล้ว ไม่จำเป็นต้องขยายออกไป เรามีความคุ้นเคยกับประเทศไทย เรามีเอกลักษณ์เป็นภาษาไทย เราไม่ได้มีภาพที่จะขยายไปนอกประเทศมากกว่า เราคิดว่าขยายในประเทศไทยก็พอแล้ว จริงๆ สตาร์ทอัพทุกวันนี้ที่เกิดมาก็แก้ไขปัญหาให้ประเทศไทยได้ แต่ด้วยความที่เขาไม่ได้มีพื้นฐานว่าต้องการจะขยายออกไปนอกประเทศ ก็เลยเป็นไปได้ยาก ลักษณะที่เราเห็นสตาร์ทอัพทำเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะของประเทศไทย เป็นลักษณะไหนบ้าง? สมมติเราทำธุรกิจรับจองร้านอาหาร เราคุ้นเคยกับร้านอาหารที่อยู่ใกล้ตัวเรา แล้วค่อยขยายออกไปยังร้านอาหารที่อยู่ชานเมือง ขยายไปในเมืองที่เจริญ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต ภาพนี้เลย แต่อยากให้คิดต่อไปว่าเมื่อยึดหัวเมืองได้หมดแล้ว เราจะทำอะไรต่อ หลายคนก็คงคิดว่าก็ขยายไปต่างประเทศ แล้วขยายยังไง เพราะคุณคิดด้วยรูปแบบภายในประเทศมาตลอด ส่วนใหญ่ที่เราขยายออกไปต่างประเทศ เรามักมีข้อมูลไม่พอและผิดพลาด ขยายออกไปไม่ได้ ลองคิดกลับกัน วันแรกเราคิดว่าเราทำได้อยู่แล้วในบ้านเรา ให้เราไปเริ่มที่ต่างประเทศเลย ในเมื่อต้องเสี่ยงอยู่แล้ว ทำไมเราไม่เสี่ยงในระดับที่ใหญ่ขึ้นก่อน แม้จะสร้างสำเร็จหรือไม่สำเร็จ เราก็เส้นทางจางๆ ที่เชื่อมออกไปจากไทยแล้ว ธุรกิจต่อมาเส้นทางนั้นก็ต้องชัดเจนขึ้น อย่างไรก็ตามทำไมก็ต้องสำเร็จสักธุรกิจ มีตัวอย่างที่ไหนบ้างที่เราเห็นแล้วน่าสนใจ ในการปรับ MINDSET ให้เรามีความเป็น GLOBAL มองโอกาสทั้งโลกมากยิ่งขึ้น? สิ่งนี้น่าสนใจเพราะยังไม่ค่อยมีคนสนใจ ปีนี้จะมีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้นในประเทศไทย อย่าง 5G สนามบินอู่ตะเภา อาลีบาบามาตั้ง Warehouse ในประเทศไทย เทนเซนเข้ามาตั้งสำนักงานใหญ่ในไทย หลายๆ อย่างกำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย การที่เขาเข้ามาแสดงว่าเขาต้องเชื่อมั่นศักยภาพอะไรบางอย่างในประเทศเรา ที่ผมมองคือภูมิศาสตร์เราดีในการที่จะขยายต่อไปในประเทศอื่นๆ ไทยคือศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ จีนลงมาที่เรา เขามีต้นทุน และเขาต้องสร้างเส้นทางที่เขาสะดวกเข้ามาในประเทศเรา ดังนั้นถ้าเขาเข้ามาง่ายเขาก็กลับไปง่ายเหมือนกัน ดังนั้นเราจะดูแต่ดิจิตัลอย่างเดียวไม่ได้แล้ว ต้องดูข้อมูลส่วนอื่นประกอบด้วยว่าดิจิทัลจะผนวกส่วนที่เป็นออฟไลน์ยังไงได้บ้าง หลายๆ คนใฝ่ฝันอยากเป็นแบบอาลีบาบา แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ข้อมูลไม่มี? สมมติเราอยากทำสิ่งที่ใหญ่มาก อยากเป็นอาลีบาบา ดังนั้นเราต้องเริ่มจากสิ่งที่เล็กที่สุดที่อาลีบาบาทำก่อน ซึ่งคือการส่งของชิ้นแรกไปให้ลูกค้าคนแรก ณ วันแรกที่เราไม่รู้เพราะเรายังไม่ได้ทำ ข้อมูลมันเกิดจากปัญหาก่อน ถ้าเราไม่มีปัญหาเราจะไปแก้อะไร ถ้าจะส่งของไปจีน ก็หาลูกค้าในจีนให้ได้ก่อน ลูกค้าในจีนใช้โซเชียลมีเดียอะไร WeChat เราต้องไปศึกษาว่าเราจะซื้อโซเชียลนั้นยังไง ส่วนเรื่องทุน ให้เราคิด 1 ปี 3 ปี 5 ปี 1 ปี คือเราจะต้องมีเงินที่ได้กลับมาเร็วมาก เป็น Cash Flow ในธุรกิจของเรา 3 ปี คือ เงินที่เราใช้ในการลงทุนภายใน 3 ปีแล้วเงินจะไหลกลับมาภายใน 3 ปี 5 ปี คือ เงินที่เราใช้ในการลงทุนภายใน 5 ปีแล้วเงินจะไหลกลับมาภายใน 5 ปี ซึ่งขนาดจะไม่เท่ากัน อาจจะไล่ไป 10 ล้าน 30 ล้าน 50 ล้าน การที่เราคิด Global เลย ไม่ได้หมายความว่าเราจะขาย Local ไม่ได้ เราต้องขาย Local เพื่อให้ได้เงินหมุนกลับมาจาก Local ด้วย แต่ไม่ใช่ขาย Local อย่างเดียว วันนี้ของ Facebook Google เขากำลังทำเทคโนโลยีของ 10 ปีข้างหน้าอยู่ ดังนั้นเราต้องทำเหมือนกัน โดยสรุป เราไม่ควรมองโอกาสเล็กๆ เพียงการทำธุรกิจในประเทศ โลกนี้กำลังรอให้เราไปทดลองและเริ่มต้น เพราะเรามีดิจิทัลที่สามารถนำพาเราไปทำธุรกิจได้ทั่วโลก คิดใหญ่ ไม่คิดเล็ก แล้วเราจะมีโอกาสประสบความสำเร็จ สามารถฟังพอดแคสต์ MARKETING I CAN ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่คุณสะดวกหรือใช้อยู่แล้วได้เลย [https://www.marketingican.com/wp-content/uploads/2020/05/200420_Logo_Marketing-I-Can-300x300.png] Youtube [https://youtu.be/kGuhPE62tUM]SpotifyPodcastFOLLOW US Facebook [https://www.facebook.com/marketingican/?ref=bookmarks]Instagram [https://www.instagram.com/suponchaidotcom/]Youtube [https://www.youtube.com/channel/UCMKM-typw__R0fnuzGHPl_Q]Line [https://lin.ee/6noyCbr]
15. jul. 2020 - 0
episode Ep.14 TV ยังไม่ตาย!! แต่ เมื่อไหร่ควรใช้ TV? artwork
Ep.14 TV ยังไม่ตาย!! แต่ เมื่อไหร่ควรใช้ TV?
TV ยังไม่ตาย!! แต่ เมื่อไหร่ควรใช้ TV * ทุกวันนี้หลายๆ แบรนด์เลือกออนไลน์แทน Traditional Media แล้ว แล้วทีวียังจำเป็นอยู่ไหม สำหรับผมมองว่า ทีวีไม่ตาย แต่แค่เราต้องรู้ว่าเราควรจะใช้ทีวีหรือเปล่า แล้วเมื่อไหร่ที่เราควรจะใช้ทีวี ในช่วงปี 2013 – 2014 ที่ออนไลน์เริ่มมีบทบาทเข้ามาเยอะ เราจะเริ่มเห็นหลายๆ แบรนด์ใช้ออนไลน์ในการสื่อสารอย่างเดียว ซึ่งออนไลน์ทำหน้าที่ได้ดีมากๆ ในช่วงการเริ่มต้นธุรกิจ เพราะมันสามารถทำให้เราเจาะลูกค้าที่เป็นคนที่พร้อมซื้อคนแรกๆ ได้ดี และสามารถยิงโฆษณาไปหากลุ่มที่พร้อมซื้อได้ดีกว่า Traditional Media อย่างไรก็ตามออนไลน์ยังมีข้อจำกัดในเรื่องการเข้าถึงคนได้ทุกคน โดยเฉพาะคนในชนบท พื้นที่ห่างไกล หรือออนไลน์ไม่ได้เข้าถึงคนในทุกกลุ่มวัย หลายกลุ่มยังดูสื่ออื่นเป็นสื่อหลัก อาจจะทีวีหรือวิทยุ ดังนั้นเมื่อแบรนด์ขยายไปถึงจุดที่อิ่มตัวแล้วในการใช้ออนไลน์ การมี Exposure ในทีวีและสื่อหลักอื่นๆ ยังช่วยแก้ปัญหายอดขายที่ตันได้ โดยเฉพาะสินค้าที่เจาะแมสมีเดีย เช่น Shopee ก่อนหน้าเขาก็ใช้ Facebook Google Ads เติบโตมาได้สักระยะหนึ่ง แต่ Shopee ไล่มาตีติ้น Lazada ได้แบบจริงจัง ตอนที่เขาทำแคมเปญทีวี ใช้ณเดชณ์ญาญ่าเป็นพรีเซนเตอร์ เขาถึงจะเติบโตได้แบบรดต้นคอกับ Lazada ได้จริงๆ นี่ทำให้เห็นว่า แม้ธุรกิจคุณเป็นธุรกิจออนไลน์ โตถึงจุดๆ นึงแล้วก็ต้องใช้แมสมีเดียเข้ามาช่วย อีกส่วนหนึ่งที่ออนไลน์ทำได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก คือการลงแม็กกาซีนออนไลน์ยังมีเรื่องของความน่าเชื่อถือ การลงในสื่อที่มีตำนานจะดูน่าเชื่อถือ * อีกคำถามที่มักโดนถามบ่อยๆ ถ้าเราเปิดธุรกิจโดยใช้กลยุทธ์ เราลงทีวีเยอะๆ ก่อนในช่วงเริ่มต้น แล้วค่อยมา Sustain ในออนไลน์ได้หรือไม่ ผมเห็นความสำเร็จทั้งแบบใช้แอสมีเดียปูพรมก่อนช่วงแรกแล้วใช้ดิจิทัลช่วยเสริมในช่วงหลัง หรือแบบทำนิชก่อนในดิจิทัล แล้วมาแมสทีหลังหลังจากแบรนด์เติบโตแล้วค่อยมาลงในทีวี วิธีการเลือกก็คือ ควรเลือกมีเดียให้สอดคล้องกับ Distribution Channel ที่เราเลือกไปลง คือไปเลือกขายที่ไหนต้องเลือกสื่อให้เหมาะกับที่นั่น เพราะถ้าลูกค้าเห็นสื่อแล้วไปที่ร้านไปเจอคุณก็เสียเงินฟรี ดังนั้น Place กับ Promotion ต้องไปด้วยกัน เลือกให้เหมาะสมกับกลยุทธ์ของเรา * โดยสรุป มีเดียมีหน้าที่นำพาแมสเซจของเราไปให้ถึงลูกค้าของเราเท่านั้นเอง เราต้องเลือกให้ตรงกับสถานการณ์กับแบรนด์ของเราในขณะนั้น ไม่ว่าลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของเราจะอยู่ที่ไหน เรามีหน้าที่ต้องอ่านให้ออกแล้วนำตัวเราเข้าไปให้ถึง และเน้นย้ำ การเลือกมีเดียต้องมาหลังสุด เราต้องวางมีเดียให้สอดคล้องกับ Marketing Mixed อื่นๆ ที่ถูกต้องและตรงกับความต้องการของลูกค้าตัวจริงของเราก่อน ไม่ว่าจะเป็นการทำ Product ที่ดีพอ ราคาตรงกับกลุ่มเป้าหมาย วางขายในที่ที่กลุ่มเป้าหมายซื้อสะดวก แล้วจึงลงมาที่มีเดียที่ตรงกับกลุ่มลูกค้าตัวจริงของเราซะมากกว่า * มีคำถามว่า ตอนนี้ราคาถูกลงเรื่อยๆ คนจะหันกลับมาใช้ทีวีหรือไม่ ผมมองว่าถ้าทุกคนเลิกดูทีวี ต่อให้มันถูกแค่ไหนก็ไม่รอด ยกเว้นลูกค้าเราดูทีวีอยู่แล้ว ทีวีก็จะยังขายได้อยู่ เพียงแต่ว่าอาจจะต้องปรับราคาให้เหมาะสมและลูกค้ารู้สึกคุ้มค่า เพราะฉะนั้นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันที่ช่องทีวีต่างๆ ลดราคาลงมา มันคือการปรับตัวเพื่อตั้งราคาที่ถูกต้อง แล้ว Advertiser น่าจะอยู่ในปีที่ความหลงใหลในออนไลน์มีเดียเริ่มลดลง เริ่มกลับมามองว่ากลยุทธ์ที่ไปออนไลน์เยอะๆ ยังถูกต้องอยู่หรือไม่กับตลาดที่ตัวเองต้องการจะไป * ถัดมา ในระยะยาวทีวีจะยังอยู่รอดหรือไม่ ผมมองว่าทีวีในระยะยาวยังอยู่รอด แต่จะเหมือนกับธุรกิจอื่นๆ ที่ต้องปรับตัวตามสภาพที่เราเจอในดิจิทัลดิสรัปชัน การปรับตัวของทีวีสามารถทำในรูปแบบไหนได้บ้าง อย่างแรก ทีวีต้องปรับตัวเองให้เป็น Targeted Media มากยิ่งขึ้น เช่น ช่องที่เจาะชาวบ้าน ก็ต้องชาวบ้านให้สุดๆ ไปเลย ช่องที่จะอยู่รอดได้จะเป็นช่องที่เจาะกลุ่มเฉพาะทาง โดยเฉพาะถ้าเราสามารถเจาะความสนใจเฉพาะของรุ่น Baby Boomer ได้ จะมีโอกาสรอดได้มากขึ้น * การวัดผลของทีวี จะต้องปรับตัวอย่างไรให้ลูกค้ากลับมาซื้อมากขึ้น เหตุผลง่ายๆ เมื่อก่อนที่ผมขายทีวี คนเวลาลงทีวีมันจะเห็นชัดเลยว่าอยู่ดีๆ ยอดที่วิ่งออกจากสาขามันจะขึ้นชัดเจน ดังนั้นเรทติ้งพอยท์จะดีร้ายยังไงไม่ใช่ปัญหาเท่าไหร่ เพราะมันสามารถวัดผลได้ชัดเจนว่า สินค้าฉันขายออกเมื่อลงทีวี คนก็เลยไม่ตั้งคำถามมากนักกับการลงทุนในทีวี ขอให้สินค้าขายออก แต่ปัจจุบันผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการลงทีวีมันไม่ชัดเจนเหมือนแต่ก่อนแล้ว จึงมีคนพยายามหาวิธีในการวัดผลที่ดีขึ้นมาทดแทนกับทีวีเรทติ้ง คุณมีหน้าที่ต้องสลับงบประมาณระหว่าง ดิจิทัลกับ Traditional แล้วลองดูว่าแบบไหนได้ผลลัพธ์ดีกว่ากัน ส่วนทีวีต้องปรับตัวให้สามารถวัดผลได้มากกว่าเรทติ้ง เช่น คนดูรายการจบต้องให้สแกน QR แล้วรับสิทธิพิเศษอะไรไปเลย นั่นคือการนำดิจิทัลมา Synergy กับทีวี จะทำให้รู้ว่ามีคนดูอยู่จริง และเห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้มากขึ้น การปรับตัวในเรื่องการวัดผลอย่าคาดหวังว่าลูกค้าจะเข้าใจเราในทันทีทันใด เพราะนักการตลาดไทยอาจจะต้องหาคนที่เข้าใจทั้งดิจิทัลและทีวีมาอธิบายลูกค้าว่าทีวียังสามารถวัดผลได้และให้คุณค่ามุมไหนได้บ้าง หวังว่าทุกท่านจะได้ประโยชน์ทั้งในแง่การลงทุนในสื่อ Traditional Media มากยิ่งขึ้น และในแง่ของการปรับตัวนะครับ สามารถฟังพอดแคสต์ MARKETING I CAN ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่คุณสะดวกหรือใช้อยู่แล้วได้เลย [https://www.marketingican.com/wp-content/uploads/2020/05/200420_Logo_Marketing-I-Can-300x300.png] Youtube [https://youtu.be/vvSNDd6GDPc]SpotifyPodcastFOLLOW US Facebook [https://www.facebook.com/marketingican/?ref=bookmarks]Instagram [https://www.instagram.com/suponchaidotcom/]Youtube [https://www.youtube.com/channel/UCMKM-typw__R0fnuzGHPl_Q]Line [https://lin.ee/6noyCbr]
14. jul. 2020 - 0
episode Ep.13 ไอเดียธุรกิจขายดี ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ artwork
Ep.13 ไอเดียธุรกิจขายดี ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ
เราจะมีการตั้งรับการเศรษฐกิจที่อาจจะซบเซา คาดการณ์ว่าประมาณ 5 – 10 ปี ได้อย่างไรบ้าง ผมจึงอยากนำไอเดียการทำธุรกิจในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจมาแบ่งปัน แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มแรก กลุ่มความหวัง สร้างอาชีพ เช่น ธุรกิจขายหวย ทายดวง จะเฟื่องฟูขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี เพราะช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดีจะส่งผลให้คนอยากได้ที่พึ่งพาทางใจ หลายๆ คนสามารถไปศึกษาโหราศาสตร์เพิ่มเติมเป็นอาชีพที่สองได้ 1. บริการคลายเครียดราคามิตรภาพ เช่น ธุรกิจนวด จากเดิมที่คนเลือกนวดในสปาหรูๆ อาจจะเปลี่ยนมานวดหัวบ่าไล่ในราคาที่ถูกลง ใครที่ทำธุรกิจตรงนี้ได้ในราคาแพ็คเกจที่ไม่แพง ก็สามารถจะอยู่รอดได้ในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ 2. การขายอาชีพ ในช่วงที่คนตกงาน ถ้าคนจะหาคอร์สเรียนเขาจะเลือกอันที่เขาสมัครแล้วได้ใช้ทันที ถ้าคอร์สเรียนของเราช่วยให้เขาหางานได้ทันทีเพื่อทดแทนงานที่เขาเสียไปได้ โอกาสที่เขาจะเลือกเราก็มีสูงขึ้น 3. การจัดหาแรงงานฝีมือต่ำ เพราะในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี จะมีหลายคนที่จำเป็นต้องใช้เงิน เขาจึงยอมลดสกิลตัวเองหรือลดเงินเดือนลงมาเพื่ออยู่รอด ดังนั้นธุรกิจที่จัดหานายหน้าแรงงานแบบนี้จะได้รับความนิยมสูงขึ้น เพราะแรงงานกลุ่มนี้จะมีฝีมือกว่าแรงงานทั่วไป 4. การจัดหางานให้ทำที่บ้าน เพราะค่าเดินทางและกินอยู่ในกรุงเทพฯ ค่อนข้างแพง เดือนๆ หนึ่งทำให้เขาเซฟค่าใช้จ่ายได้ถึง 4,000 – 5,000 บาท เช่น การขายสินค้าออนไลน์ เราอาจจะให้เขาทำงานแค่บางอย่าง โดยที่ไม่ต้องเดินทางมาเจอเราที่ออฟฟิศทุกวัน หรืองานเขียนบทความ เป็นต้น กลุ่มที่ 2 กลุ่มขายของดี ราคามิตรภาพ เหมาะกับพ่อค้าแม่ค้าที่อยากจะขายสินค้าใกล้เคียงสิ่งเดิมได้อยู่ ผมมีไอเดียมานำเสนอ ดังนี้ 1. การขายอาหาร คนจะมองหาอะไรที่เคยกิน อาจจะไฮโซแต่ราคาถูกลงมา เช่น เสต็กราคาย่อมเยา หมูกระทะ 199 ซูชิ 10 บาท กลุ่มนี้จะได้รับความนิยมสูงขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจซบเซา 2. การขายของถูกและดี เช่น ร้านขายของหลายอย่างราคาเดียว จะขายดีขึ้น เพราะกลุ่มคนที่ต้องการประหยัดจะหันมาซื้อของในร้านแบบนี้มากขึ้น 3. การตัดผมซาลอนในราคาถูก เช่น เหลือแค่ 200 บาท แต่ใช้การรับลูกค้าได้มากขึ้น 4. การขายของแพงให้ถูก คือนำของดี คนชอบ ซื้อมาเยอะๆ แล้วมาแบ่งขาย ทำให้เราขายได้อยู่ เพราะคนชอบแต่มีเงินในการจ่ายลดลง เช่น ขนมนอกนำเข้า เรานำมาแบ่งเป็นห่อที่เล็กลง น้อยชิ้นลง ราคาถูกขึ้น หรือผลไม้พันธุ์ดี แต่มีไม่กี่ลูก เราก็นำมาแกะแบ่งขายเป็นลูกๆ ไป กลุ่มที่ 3 กลุ่มงานจำเป็น ของใช้ต่างๆ ในยามวิกฤต ยังไงเราก็ยังต้องใช้อยู่ แต่วิธีในการใช้ บำรุงซ่อมแซม จะเปลี่ยนจากการซื้อใหม่ ใช้เงินแก้ปัญหา มาเป็นการซ่อมหรือยืดอายุการใช้งานไปเรื่อยๆ มีไอเดียที่ผมอยากจะนำเสนอ ดังนี้ 1. งานซ่อมจะได้รับความนิยม โดยเฉพาะของชิ้นใหญ่และราคาแพง เพราะคนจะต้องการยืดอายุการใช้งานของให้ใช้งานได้ไปก่อน เช่น ซ่อมคอม ซ่อมเฟอร์นิเจอร์ 2. การขายของแพงที่มีความต้องการตลอด เช่น อะไหล่รถหายาก ถ้าทนใช้ไปจะทำให้รถพังมากขึ้น อะไหล่พวกนี้คนจะยังมองหาอยู่เพราะว่า ถ้ามันยังซ่อมได้เขาจะซ่อมแล้วใช้งานต่อไป หรือการขายอะไหล่ของอุปกรณ์ที่คนต้องใช้ทำมาหากิน 3. นายหน้าขายของใช้จำเป็นขายได้ง่ายขึ้น เช่น การทำ Affiliate เปรียบเทียบของให้คนตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และได้ส่วนแบ่งจากการเป็นนายหน้าตรงนี้ กลุ่มที่ 4 กลุ่มงานรีด อะไรที่ต้องใช้สกิลเฉพาะในการรีดทักษะเฉพาะออกมา หรือรีดประสิทธิภาพทางธุรกิจในแง่มุมต่างๆ ออกมา ผมมีไอเดียมาฝาก ดังนี้ 1. ที่ปรึกษาด้านการจัดการหนี้สิน เราสามารถเป็นที่ปรึกษาให้คนในการลดมูลหนี้ อาจจะคิดค่าปรึกษาจากเวลาหรือจำนวนหนี้ที่ลดได้ 2. งานนายหน้า งานขายของที่ต้องอาศัยการขายฐานลูกค้าเฉพาะ เช่น การขายคอนโดแพง ขายเครื่องจักรเฉพาะส่วนหรือใช้เฉพาะอย่าง 3. ที่ปรึกษาด้านประสิทธิภาพทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพการทำงาน ปรับลดต้นทุน ด้านการตลาด หรือทำ Ads Optimization งานด้านนี้จะได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นมากในช่วงที่เศรษฐกิจซบเซา เพราะการหารายได้ช่วงนี้จะยากขึ้น เพราะฉะนั้นการตัดต้นทุนเป็นการช่วยให้ธุรกิจอยู่รอดได้ง่ายกว่า อย่างไรก็ตาม แม้เราจะเจอสภาวะที่ยากลำบาก แต่ขอให้ทุกคนมีกำลังใจและสู้ต่อไปด้วยกัน ผมจะพยายามสรรหาแนวคิด ไอเดียดีๆ มาแชร์ทุกคนไปเรื่อยๆ นะครับ สามารถฟังพอดแคสต์ MARKETING I CAN ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่คุณสะดวกหรือใช้อยู่แล้วได้เลย [https://www.marketingican.com/wp-content/uploads/2020/05/200420_Logo_Marketing-I-Can-300x300.png] Youtube [https://youtu.be/vvSNDd6GDPc]SpotifyPodcastFOLLOW US Facebook [https://www.facebook.com/marketingican/?ref=bookmarks]Instagram [https://www.instagram.com/suponchaidotcom/]Youtube [https://www.youtube.com/channel/UCMKM-typw__R0fnuzGHPl_Q]Line [https://lin.ee/6noyCbr]
13. jul. 2020 - 0
episode Ep.12 สรุปเทคโนโลยีกำลังมาแห่งปี 2020 จากงาน CES 2020 artwork
Ep.12 สรุปเทคโนโลยีกำลังมาแห่งปี 2020 จากงาน CES 2020
สัปดาห์นี้ที่อเมริกามีงาน CES ซึ่งเป็นงานที่สำคัญมากสำหรับคนที่ทำงานในสายเทคโนโลยีและการตลาด ผมจึงอยากนำเรื่องฮอตๆ ของ CES ที่รวมความอลังการของดาวล้านดวงด้านเทคโนโลยี มาสรุปเป็นประเด็นหลักๆ ดังนี้ 1. เราได้เห็นค่ายทีวีทุกค่ายถล่มกันว่าจอของตัวเองเป็นจอ 8K ตัวจริง โดยคนประกาศศึกแรกๆ คือ LG ที่เปิดตัวแบรนด์ชื่อ Real 8K ตามมาด้วยแบรนด์ TCL รวมทั้งแบรนด์อื่นๆ ที่เป็นแบรนด์ทีวี หากใครที่กำลังจะซื้อทีวี แล้วอยากได้ทีวีที่ใช้ได้เกิน 10 ปี ผมว่ารออีกหน่อยดีกว่า รอให้ทีวีที่เปิดตัวว่าเป็น 8K จริงๆ แล้วค่อยไล่ซื้อ เพราะว่าตอนนี้แต่ละค่ายเปิดตัวมาหลายรุ่นแล้ว คิดว่าราคาน่าจะลง ทำให้ตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น 2. การนำ 5G มาใช้งานจริง สิ่งที่น่าสนใจอย่างแรกคือ Panasonic มีการเปิดตัวกล้องสำหรับถ่ายทอดสดที่ติด 5G ที่ตัวกล้องเลย พิเศษตรงที่ว่าแต่เดิมเราจะถ่ายทอดงานกีฬาต่างๆ เช่น บอลโลกหรืออเมริกันฟุตบอล เราจะต้องมีการนำอุปกรณ์สื่อสารแยกออกมาเพื่อส่งสัญญาณภาพที่มีความละเอียดสูงไปอยู่ในสนาม ซึ่งทำให้การถ่ายทอดค่อนข้างลำบาก มีอุปกรณ์เยอะ แต่กล้องถ่ายทอดสด 5G นี้ทำให้กล้องแต่ละตัวสามารถแยกอิสระจากกันในการถ่ายทอดสดได้เลย สะดวกขึ้นสำหรับคนที่ทำงาน Production กับอีกอันที่มีการนำ 5G มาใช้คือ Sony ที่มีการเปิดตัว Sony Vision E เป็นการนำ 5G มาใช้งานในรูปของรถยนต์ การที่ Sony เข้ามาตรงนี้ ทำให้เห็นว่าอิเล็กทรอนิกส์หนีไม่พ้นที่จะเข้ามาสู่ตลาดยานยนต์หรือ Mobility แล้ว 3. IOT on Steroid หรือ Internet of thing ที่ออกมาเวอร์ชั่นใหม่ๆ และน่าสนใจ ตัวหนึ่งที่น่าสนใจมากคือ Samsung Gems เป็นอุปกรณ์ที่เราครอบไปที่สะโพกและขาเพื่อให้เราสามารถแทร็กการเคลื่อนไหวของเราได้ ว่าท่าทางในการขยับของเราถูกต้องหรือไม่ ซึ่งจะมีประโยชน์ในการออกกำลังกาย หรือกับผู้สูงอายุ Panasonic มีการเปิดตัวอุปกรณ์นี้ ที่ใช้ใส่ที่สะโพกและขาเพื่อช่วยเหลือนักกีฬาพาราลิมปิก ยิ่งมีการทำงานร่วมกับ AI ทำให้น่าสนใจว่าในอนาคตจะมีเทคโนโลยีอะไรเกิดขึ้นมาอีกบ้าง 4. ตู้เย็นสู่รู้ของ LG เป็นการต่อยอดจากปีที่แล้ว เป็นตู้เย็นที่เราสามารถเคาะ 2 ครั้งแล้วมันจะโชว์ให้เห็นว่ามีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง ปีนี้มีการต่อยอดว่า ถ้าของชิ้นไหนในตู้เย็นหมด ให้มันมีการสั่งอัตโนมัติเลยก็ได้ หรือจากของที่มีอยู่ในตู้เราจะทำอาหารอะไรกินได้บ้าง 5. ค่ายรถอยากเป็นผู้ว่าฯ ตอนนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าค่ายรถใหญ่ๆ หลายค่ายมองว่าตัวเองไม่ได้เป็นผู้ผลิตรถยนต์อีกต่อไปแล้ว หลักๆ ในงานนี้คือ ฮุนไดและโตโยต้า แต่ละค่ายพูดถึงจุดยืนของตัวเอง คล้ายๆ กัน แต่วิธีการนำเสนอแตกต่างกัน ฮุนไดพยายามนำเสนอว่าอนาคตจะเป็น Mobility Solution Provider คืออะไรก็ตามที่เคลื่อนที่ฉันทำหมดเลย คือเขาทำเฮลิคอปเตอร์ไฟฟ้าที่สามารถบินได้อัตโนมัติ มีการไปร่วมกับ Uber ด้วยเป็น Uber Fly คือเรียก Uber ให้มารับเราได้ อีกอย่างที่ฮุนไดนำเสนอคือ ตู้เคลื่อนที่ ข้างล่างเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า แล้วข้างบนตกแต่งเป็นอะไรก็ได้ ซึ่งจะทำงานร่วมกับเฮลิคอปเตอร์ไฟฟ้า ถ้าเราต้องการเดินทางแค่ระยะทางสั้นๆ สามารถใช้ตู้นี้ในการเดินทาง แต่ถ้าต้องการเดินทางไปไกลหน่อยและเร็ว ให้ใช้เฮลิคอปเตอร์ไฟฟ้าในการเดินทาง เขามองว่าสิ่งนี้จะช่วยแก้ปัญหารถติดและมลภาวะได้ ส่วนโตโยต้า นำเสนอคอนเซปต์ของเมืองที่มีการเดินทางทั้งหมด 3 รูปแบบ ทำงานด้วยกัน ที่อยู่อาศัยควรวางยังไง ร้านค้าควรวางยังไง การทำงานของยานยนต์ควรเป็นยังไง เพื่อให้ทำงานสอดคล้องกันและเป็นเมืองในอุดมคติ โดยมีการเชิญนักพัฒนาจากที่ต่างๆ มามีส่วนร่วมพัฒนาเมืองที่ชื่อโวเวนซิตี้กับโตโยต้าด้วย 6. ฮาร์ดแวร์ มี 2 ส่วน อย่างแรก การสู้กันระหว่างผู้ผลิตชิป AMD กับ Intel ปีนี้ Intel เน้นในการนำพาร์ทเนอร์ต่างๆ มานำเสนอ อย่างอุปกรณ์โน้ตบุ๊คจอพับ โดยเอาโน้ตบุ๊คจอพับจาก Dell และ Lenovo มาโชว์ ส่วนฝั่ง AMD ครั้งนี้มานำเสนอ CPU สำหรับแลปท็อปโมบาย มีการเคลมว่าความเร็วในการประมวลผลเร็วกว่า Intel 96% ดังนั้น ใครที่จะซื้อโน้ตบุ๊คอาจจะรออีกหน่อย เพื่อรอดูรุ่นที่จะออกมาใหม่ว่าเป็นอย่างไรและอาจจะได้ราคาที่ถูกลง หวังว่าพอดแคสต์นี้จะช่วยให้ทุกคนมองเห็นเทรนด์ในอนาคตของเทคโนโลยีต่างๆ จากงานใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง CES 2020 สามารถฟังพอดแคสต์ MARKETING I CAN ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่คุณสะดวกหรือใช้อยู่แล้วได้เลย [https://www.marketingican.com/wp-content/uploads/2020/05/200420_Logo_Marketing-I-Can-300x300.png] Youtube [https://youtu.be/vvSNDd6GDPc]SpotifyPodcastFOLLOW US Facebook [https://www.facebook.com/marketingican/?ref=bookmarks]Instagram [https://www.instagram.com/suponchaidotcom/]Youtube [https://www.youtube.com/channel/UCMKM-typw__R0fnuzGHPl_Q]Line [https://lin.ee/6noyCbr]
12. jul. 2020 - 0
En fantastisk app med et enormt stort udvalg af spændende podcasts. Podimo formår virkelig at lave godt indhold, der takler de lidt mere svære emner. At der så også er lydbøger oveni til en billig pris, gør at det er blevet min favorit app.
Rigtig god tjeneste med gode eksklusive podcasts og derudover et kæmpe udvalg af podcasts og lydbøger. Kan varmt anbefales, om ikke andet så udelukkende pga Dårligdommerne, Klovn podcast, Hakkedrengene og Han duo 😁 👍
Podimo er blevet uundværlig! Til lange bilture, hverdagen, rengøringen og i det hele taget, når man trænger til lidt adspredelse.

Tilgængelig overalt

Lyt til Podimo på din telefon, tablet, computer eller i bilen!

Et univers af underholdning på lyd

Tusindvis af lydbøger og eksklusive podcasts

Ingen reklamer

Spild ikke tiden på at lytte til reklamepauser, når du lytter til Podimos indhold.

Det får du

Ubegrænset adgang til eksklusive podcasts
Ingen reklamer
20 timers lydbøger / måned
Efter prøveperioden kun 79,00 kr. / måned. Ingen binding.

Andre eksklusive shows

  • Andre eksklusive shows
  • Andre eksklusive shows
  • Andre eksklusive shows
  • Andre eksklusive shows
  • Andre eksklusive shows
  • Andre eksklusive shows
  • Andre eksklusive shows
  • Andre eksklusive shows
  • Andre eksklusive shows
  • Andre eksklusive shows

Populære lydbøger

  • Populære lydbøger
  • Populære lydbøger
  • Populære lydbøger
  • Populære lydbøger
  • Populære lydbøger
  • Populære lydbøger
  • Populære lydbøger
  • Populære lydbøger
  • Populære lydbøger
  • Populære lydbøger

Andre eksklusive shows

  • Andre eksklusive shows
  • Andre eksklusive shows
  • Andre eksklusive shows
  • Andre eksklusive shows
  • Andre eksklusive shows
  • Andre eksklusive shows
  • Andre eksklusive shows
  • Andre eksklusive shows
  • Andre eksklusive shows
  • Andre eksklusive shows

Populære lydbøger

  • Populære lydbøger
  • Populære lydbøger
  • Populære lydbøger
  • Populære lydbøger
  • Populære lydbøger
  • Populære lydbøger
  • Populære lydbøger
  • Populære lydbøger
  • Populære lydbøger
  • Populære lydbøger